ประกาศ
ดาวน์โหลด
MT4
วิเคราะห์ “สงครามการค้า” : เกิดอะไร เรื่องไปถึงไหนแล้ว
วิเคราะห์ สงครามการค้า

วิเคราะห์ สงครามการค้า

ภาพรวม : วิเคราะห์ สงครามการค้า – ใครขึ้นภาษีอะไรไปบ้าง

ประเด็นในการ วิเคราะห์ สงครามการค้า มีสาเหตุหลักไม่ใช่แค่เพียงการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการเมืองระหว่างประเทศทั้งเรื่องทรัพย์สินทางปัญหา และการครองตำแหน่งเจ้าแห่งเทคโนโลยี ในบทความนี้จะมาสรุปให้อีกครั้งถึงแง่มุมต่างๆ และไล่ลำดับให้ฟังว่า เรื่องราวเป็นไปถึงไหนแล้ว

ในตอนแรก สหรัฐฯ มีแผนที่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน จาก 10 % เป็น 25 % ในวันที่ 1 มกราคม 2562 คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญ แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตัดสินใจระงับแผนการดังกล่าว

ทำให้ “จีน” ตอบสนองด้วยการตกลงที่จะนำเข้าสินค้าทั้งกลุ่มเกษตร พลังงาน และสินค้าอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ จีน ก็ได้กล่าวด้วยว่า การนำเข้าดังกล่าวก็เพื่อช่วยลดการค้าดุลของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ประเทศยังไม่ได้ข้อสรุปหรือพร้อมที่จะยุติเรื่องราวดังกล่าว ที่ผ่านมาเป็นเพียงการชะลอการขึ้นภาษีเท่านั้น

สิ่งที่ยังเป็นปัญหา ?

สิ่งที่ยังเป็นปัญหา เรื่องนี้มาจากปากคำของรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐเอง “วิลเบอร์ รอสส์” (Wilbur Ross) เอง สถานการณ์ของ จีน-สหรัฐฯ เขาใช้คำว่า “ยังคงอยู่ห่างไกลมาก” ที่จะบรรลุถึงจุดที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้

เขายืนยันความต้องการของสหรัฐฯ ที่มันไม่ใช่แค่เรื่องการค้า ถั่วเหลือง ก๊าซแอลเอ็นจี หรือสินค้าเกษตรต่างๆ แต่ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญายังเป็นข้อกังวลหลัก และทางจีนเองก็ไม่มีท่าทีตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย – อ่านเพิ่มเติมประเด็นนี้ได้จาก : มหากาพย์ “Chip War” หนึ่งในต้นเหตุ “สงครามการค้า” (ตอนที่ 1)

วิเคราะห์สงครามการค้า : ขึ้นภาษีอีก 25% อาจไม่เกิดขึ้นง่ายๆ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การขึ้นภาษี 25% เพียงถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปเท่านั้น แต่หากเกิดมีการขึ้นภาษีอีกระลอกจริงๆ มันจะทำให้เกิดแรงกดดันให้ จีน ต้องตอบโต้การกระทำดังกล่าว อาจเป็นการยกเลิกการสั่งซื้อสินค้าสำคัญๆ ของสหรัฐฯ ส่งออกมายังจีน

สินค้าสำคัญที่ว่า ก็คือกลุ่มสินค้าเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคริพับลิกัน สรุปก็คือ หาก “ทรัมป์” เลือกจะขึ้นภาษี จะทำให้เกิดความเสียหายทั้ง 2 ฝ่าย และนั่นย่อมกระทบต่อคะแนนเสียงที่จะโหวตให้กับ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งปี 2020 นั่นจึงทำให้เชื่อว่า การขึ้นภาษีอีก 25% อาจจะไม่เกิดขึ้นง่ายๆ

ข้อมูลจาก Bloomberg แสดง Timeline สงครามการค้า และมูลค่ารวมของสินค้าในส่วนที่ขึ้นภาษี

แล้วทำไม จีน-สหรัฐฯ ยังวนเวียนกับเรื่องสงครามการค้า

การขาดดุลการค้าของสหรัฐ เป็นสิ่งที่กำลังแรงกดดันให้ “ทรัมป์” พยายามทำทุกวิถีทาง เราจะสังเกตได้จากการค้าระหว่างประเทศที่สหรัฐฯ ไม่ได้เล่นงานแค่จีนเท่านั้น แต่ยังมีการขึ้นภาษีศุลกากร (Tariff) กับประเทศแคนาดา, เม็กซิโก และสหภาพยุโรป ในสินค้ากลุ่มเหล็กและอลูมิเนียม นอกจากนี้ ภาษีศุลกากรยังเป็นเครื่องมือในการต่อรองในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย เหตุผลทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจโลกยังวนเวียนอยู่ในประเด็นสงครามการค้าไม่จบสิ้นtw

วิเคราะห์ สงครามการค้า แผนที่แสดงความสัมพันธ์ทางการค้าของ 2 ประเทศ

ชาร์ตแสดงปริมาณการค้าของสหรัฐฯ สีแดงคือขาดดุลการค้า

ที่ผ่านมา สงครามการค้า ส่งผลกระทบมากแค่ไหน

มีบริษัทใหญ่ๆ กว่า 400 บริษัท รวมถึง Volkswagen, Starbucks หรือแม้แต่ Apple ต่างก็พากันออกมาเตือนถึงผลกระทบของสงครามการค้า ซึ่งมีความกังวลว่า จะทำให้ผลกำไรของบริษัทตกต่ำลง แน่นอนว่า หุ้นก็จะตกลงด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เอกชน ฝั่งของ IMF ก็ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 3.5% ในปี 2019 เท่านั้น

สงครามการค้า ทำให้ตัวเลขในกลุ่ม “ความเชื่อมั่น” ปรับลดตัวลง จนกระทั่งเศรษฐกิจของจีนเกิดการชะลอตัวอย่างจริงจัง การว่างงานขยายตัวขึ้น ตัวเลขค้าปลึกเติบโตช้าสุดนับตั้งแต่ 2012 กดดันให้รัฐบาลจีนต้องมีการใช้จ่ายภาครัฐที่มากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และสุดท้าย เมื่อจีนชะลอตัว ประเทศผู้ส่งออกต่าๆ ย่อมได้รับผลกระทบจากการที่จีนชะลอการสั่งซื้อสินค้าด้วยเช่นกัน

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ?

ไม่รู้ ! ต้องติดตามประเด็นกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อต้นเดือนเมษายน ก็พอมีข่าวดีออกมาบ้าง โดย “ทรัมป์” ออกมาออกเพียงว่า สงครามการค้าอาจจะตกลงกันได้และสิ้นสุดภายใน 1 เดือน

คำเตือน:

บทความนี้ใช้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ได้มีเจตนาที่จะชี้นำหรือชักชวนให้ลงทุน Infinox Capital (“Infinox”) ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการแนะนำการลงทุน เนื้อหาข้างต้นไม่ถือว่าเป็นการแนะนำการลงทุนหรือชี้นำกลยุทธ์โดย Infinox หรือผู้เขียน
การซื้อขายกับ Infinox อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียเกินกว่าเงินฝากของคุณ นักลงทุนควรมั่นใจว่าพวกเขาเข้าใจในความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางการเงินจากผู้เชียวชาญอิสระหากมีความจำเป็น
INFINOX Capital (‘Infinox’) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 10077880 โดยจดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัท IX Capital Group Limited ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์กรกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์แห่งประเทศบาฮามาส Securities Commission of The Bahamas (SCB) หมายเลขตรวจสอบ SIA-F188

Latest

  • XAU/USD Trade Plan: 21-Jan-2020

    แนวทางการเทรดประจำวันที่ 21 Jan 2020 (Trade Plan) Direction Bias Short-term: Bullish Intermediate: N...

    by:Daytradeboss
  • Bloomberg ชี้สกุลเงินรูเปียห์ของอินโดฯ มีแนวโน้มแข...

    Bloomberg ชี้สกุลเงินรูเปียห์ของอินโดฯ มีแนวโน้มแข็งค่าแซงเงินบาทไทย Bloomberg รายงานข่าวระบุถึงสกุล...

    by:infinox official
  • เปิดพอร์ต Forex, ทองคำ, ดัชนีหุ้น,
    ลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก ไม่มีขีดจำกัด
    เปิดบัญชี STP/ECN เปิดบัญชี Demo

    การซื้อขาย FOREX และ CFD มีความเสี่ยงที่สามารถทำให้สูญเสียเงินท

    ฝากและถอน

    หลากหลายช่องทาง

    สอนเทรดฟรี!

    แนวคิด

    ระบบเทรด

    เทคนิคการ
    วิเคราะห์กราฟ

    สำรองที่นั่ง