0
ดาวน์โหลด
MT4
INSIGHT : มหากาพย์ “Chip War” หนึ่งในต้นเหตุ “สงครามการค้า” (ตอนที่ 1)
มหากาพย์ Chip War ต้นกำเนิด สงครามการค้า ตอนที่ 1

Trade War : สาเหตุของ สงครามการค้า

พื้นฐานความเข้าใจและความสำคัญของ “อุตสาหกรรม Chip”

“Silicon valley” เป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก และเป็นคำที่ใช้เรียกแทนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ของทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้ง (ที่รวมตัว) ของสำนักงานใหญ่ของบริษัทไอทีสหรัฐฯ หลายบริษัท ทำให้ Silicon valley กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของโลก โดยมีมูลค่าคิดเป็น 1 ใน 3 ของการร่วมลงทุนทั้งหมดของสหรัฐฯ (Venture Capital) แต่ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น คือ “Chip”

Chip (แผนวงจรขนาดเล็ก) เป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีต่างๆ Chip ถูกฝังอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่โทรศัพท์ เครื่องซักผ้า รถยนต์ ไปจนถึงเครื่องบินรบ และพอนับรวมๆ กันแล้ว ตลาด Chip ในปี 2018 ที่ผ่านมา มีมูลค่าถึง 412,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งโตขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 21.6% นั่นทำให้ Chip เป็นตัวแปรสำคัญทั้งในทางธุรกิจและการเมืองโลก

Chip สมัยใหม่มีส่วนประกอบนับพันล้านชิ้น และจำเป็นต้องใช้ “โรงงานระดับสูง” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่นั่นก็ได้สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนและกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก สมาคมอุตสาหกรรม Semiconductor ประเมินว่า น่าจะมี Suppliers ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต Chip มากกว่า 16,000 ราย

การเมืองเรื่องของ Chip – สงครามการค้า ในมุมของอเมริกา

เหตุผลที่ทำให้อุตสาหกรรม Chip มีความสำคัญ คือ “ภูมิศาสตร์การเมือง” เป็นการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจทางเทคโนโลยีอย่าง “อเมริกา” กับ “จีน” ซึ่งถือว่า “ตามหลัง” อยู่ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครอบครององค์ความรู้และมีศักยภาพในการผลิต Chip ที่มีคุณภาพสูงที่สุดในโลกได้ คือ “IBM” การเป็นเจ้าของ Chip คุณภาพสูง ย่อมหมายถึงกำลังในการประมวลผลที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ

Chip นอกจากจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการผลิต Supercomputer แล้ว Chip ยังถือเป็น “สินทรัพย์เชิงกลุยุทธ์” สำหรับสหรัฐฯ โดยรายงานของทำเนียบขาวในปี 2018 มีการระบุไว้ชัดเจนว่า “เทคโนโลยี Semiconductor ที่ล้ำสมัยคือสิ่งสำคัญต่อระบบการป้องกันและความแข็งแกร่งทางการทหารของเรา” แน่นอนว่า Chip ที่ผลิตมาจาก Silicon Valley มีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนและเทคโนโลยี เนื่องจากได้รับการอุปถัมภ์จาก Pentagon

การขยับของ “จีน” และการตอบโต้จาก “สหรัฐฯ”

จีนรู้ดีว่า Chip คือตัวแปรสำคัญและส่งผลต่ออนาคตของประเทศ นั่นจึงเป็นเหตุผลของการจัดตั้งกองทุนรวมการลงทุนอุตสาหกรรมวงจรรวมแห่งชาติ (China Integrated Circuit Industry Investment Fund) เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม Chip โดยจีนตั้งเป้าจะยกระดับรายได้จากอุตสาหกรรม Chip จาก 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2016 สู่ระดับ 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2030

กองทุน Chip แห่งชาติของจีนมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ และเป็นหนึ่ง “หมาก” สำคัญของยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่ได้รู้สึกยินดีนักที่กำลังจะมีคู่แข่งที่สูสีทางด้านเทคโนโลยีขึ้นมาเทียบชั้น นำไปสู่การสั่งห้ามไม่ให้ INTEL ขาย Chip ระดับ High-End ให้กับห้องแลปของจีน

ในส่วนนี้เราต้องเข้าใจว่า จีนต้องใช้ Supercomputer ในการประมวลผลเพื่อสร้างงานวิจัยคุณภาพสูงออกมา ซึ่ง Supercomputer ดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ Chip ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง และ Chip ที่ว่านั้น เป็นสิ่งที่บริษัทจีนยังไม่สามารถผลิตให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Chip ของบริษัท INTEL ได้ ดังนั้น การสั่งห้ามไม่ให้ขาย Chip ให้กับจีน เป็นการสะท้อนถึงการพยายามกีดกันทางเทคโนโลยีอย่างชัดเจน

เกมการแบนของ “สหรัฐฯ”

นอกจากการสั่งห้ามขาย Chip ของ INTEL ในปี 2015 แล้ว หลังจากนั้น สหรัฐฯ ก็เดินเกมในรูปแบบเดียวกันเรื่อยมา โดยเป็นตัวของ “ทรัมป์” เองที่ออกคำสั่งห้ามให้บริษัทสัญชาติอเมริกันขายส่วนประกอบให้กับ ZTE ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์โทรคมนาคมของจีน โดยอ้างถึงการที่ ZTE ละเมิด “ความร่วมมือการคว่ำบาตรอิหร่าน”

12 ตุลาคม 2018 สมาชิกวุฒิสภาสองคนออกมาเตือนประเทศแคนาดาว่าไม่ให้ Huawei ซึ่งเป็น บริษัท อิเล็กทรอนิกส์ของจีนรายใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมในแผนการสร้างเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G ซึ่งหลังจากเพียงสัปดาห์เดียว นิวซีแลนด์ก็ร่วมขบวน ทำการ “Reject” คำร้องขอของ “Spark New Zealand” ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่ต้องการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมของ Huawei

หลังจากนั้น 1 พฤศจิกายน ในปีเดียวกัน Fujian Jinhua Integrated Circuit บริษัทผลิต Chip สัญชาติจีน และบริษัทไต้หวันที่เป็นหุ้นส่วน United Microelectronics Corporation ก็ถูกอัยการสหรัฐ ส่งฟ้องในข้อกล่าวหา “ขโมยความลับทางการค้า” จากบริษัท Micron โดยได้มีการเตือนถึงความเสี่ยงของการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศจีน ซึ่งอาจเป็นช่องทางในการส่งข้อมูลกลับไปยังประเทศจีน

อ่านต่อตอนที่ 2 ได้ใน – มหากาพย์ “Chip War” หนึ่งในต้นเหตุ “สงครามการค้า” (ตอนที่ 2)

โดย นักวิเคราะห์ประจำ INFINOX Insight : ศศภัทร นาคะวัจนะ

คำเตือน:

บทความนี้ใช้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ได้มีเจตนาที่จะชี้นำหรือชักชวนให้ลงทุน Infinox Capital (“Infinox”) ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการแนะนำการลงทุน เนื้อหาข้างต้นไม่ถือว่าเป็นการแนะนำการลงทุนหรือชี้นำกลยุทธ์โดย Infinox หรือผู้เขียน
การซื้อขายกับ Infinox อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียเกินกว่าเงินฝากของคุณ นักลงทุนควรมั่นใจว่าพวกเขาเข้าใจในความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางการเงินจากผู้เชียวชาญอิสระหากมีความจำเป็น
INFINOX Capital (‘Infinox’) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 10077880 โดยจดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัท IX Capital Group Limited ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์กรกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์แห่งประเทศบาฮามาส Securities Commission of The Bahamas (SCB) หมายเลขตรวจสอบ SIA-F188

Latest

  • EUR/USD – Trading Overview : 13 Sep 2019

    EUR/USD: Video Recap for 12 Sep 2019  EUR/USD: 5-Minute Chart for 12 Sep 2019 แนวทางการเทรดประจำวัน...

    by:Daytradeboss
  • ธนาคารกลางตุรกีปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 16.5% เพื...

    ธนาคารกลางตุรกีปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 16.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาวะถดถอย ธนาคารกลางตุรกีปรับล...

    by:infinox official
  • EUR/USD – Trading Overview : 12 Sep 2019

    EUR/USD: Video Recap for 11 Sep 2019  EUR/USD: 5-Minute Chart for 11 Sep 2019 แนวทางการเทรดประจำวัน...

    by:Daytradeboss
  • เปิดพอร์ต Forex, ทองคำ, ดัชนีหุ้น,
    ลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก ไม่มีขีดจำกัด
    เปิดบัญชี STP/ECN เปิดบัญชี Demo

    การซื้อขาย FOREX และ CFD มีความเสี่ยงที่สามารถทำให้สูญเสียเงินท

    ฝากและถอน

    หลากหลายช่องทาง

    สอนเทรดฟรี!

    แนวคิด

    ระบบเทรด

    เทคนิคการ
    วิเคราะห์กราฟ

    สำรองที่นั่ง