ดาวน์โหลด
MT4
กู้เงินด่วนออนไลน์เกมที่ธนาคารขอต่อกร บัตรกดเงินสด
2018-12-20 11:11  0

ตลาดเงินกู้ส่วนบุคคลในระบบโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 5 แสนล้านบาท เป็นตลาดที่หอมหวานสำหรับแบงก์ และน็อนแบงก์  จากดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีอัตราตั้งแต่ 5.5%ไปจนถึง 28% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากที่น้อยนิดจนเกือบจะติดดิน

ซึ่งที่ผ่านมาตลาดเงินกู้ส่วนบุคคลในระบบโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปของสินเชื่อบัตรกดเงินสด เพราะมีความสะดวกสบายในการนำเงินออกมายามจำเป็นที่สุด และบัตรเครดิตผ่อนชำระ เพื่อผ่อนซื้อสินค้าและบริการในดอกเบี้ย 0% หรือดอกเบี้ยต่ำ แต่ข้อจำกัดของบัตรกดเงินสดคือผู้ที่จะสมัครบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตได้ จะต้องเป็นห้างร้านทื่จดทะเบียน ผู้ที่มีงานประจำ มี Statement เงินเดือนในบัญชีธนาคาร และมีหนังสือรับรองจากบริษัทผู้จ้างงานเพื่อยืนยันตัวตนและความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อป้องกันหนี้สูญและด้วยข้อจำกัดทางอาชีพการงาน ที่มาพร้อมกับการยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาทำให้ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไม่สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าแผงลอย แม่ค้าตามร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่จดทะเบียนการค้า ไม่สามารถหาเอกสารมายืนยันตัวตนและความสามารถในการชำระหนี้ได้และนั่นหมายถึงการศูนย์เสีย โอกาส จากข้อจำกัดของลูกค้ากลุ่มนี้ไป

อาลีเพย์ ต้นแบบปลดล็อกเงินกู้

แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพราะในต่างประเทศอย่างจีน ก็ได้มีการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่ต้องอาศัย Statement มาแล้ว เพราะในโลกของดิจิทัล จะทำให้สถาบันการเงินสามารถเรียนรู้และรู้จักพฤติกรรมลูกค้าได้ดีกว่า Statement ตรงหน้าเสียอีก อย่างเช่น AntFinancial สถาบันการเงินและการลงทุนในเครืออาลีบาบา ได้ปล่อยเงินกู้เข้าบัญชี อาลีเพย์ ให้กับใครก็ได้ที่มีบัญชีอาลีเพย์ โดยการออกเงินกู้ของAnt Financial มาจากการดูความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นจากการทำธุรกรรมต่างๆผ่านอาลีเพย์ มาประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์และออฟไลน์ผ่านบริการต่างๆ ในเครืออาลีบาบา และนำมาประมวลผลด้วยระบบ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมในการใช้จ่ายและความสามารถในการชำระหนี้ให้ตรงตามเวลาที่กำหนด การวิเคราะห์ผู้บริโภคในรูปแบบนี้ ทำให้อาลีเพย์สามารถปล่อยเงินกู้ให้กับใครก็ได้โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดด้านเงินเดือนอีกต่อไป

เอสซีบี-เคแบงก์ ปล่อยเงินกู้ออนไลน์ไร้เอกสารก่อนไม่รอแล้วนะ

ธนาคารกสิกรไทย และไทยพาณิชย์ ถือว่าเป็น 2 ธนาคาร ที่ขับเคี้ยวที่จะขับเคลื่อนในการให้บริการลูกค้าผ่านดิจิทัลมาตลอด โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เห็นการแข่งขันในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ บนโลกดิจิทัล เพื่อไล่ให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอ และล่าสุดทั้ง 2 ธนาคาร ก็ได้มีแนวทางในการเข้าถึงเงินกู้ส่วนบุคคล โดยไม่ต้องใช้เอกสาร แต่ใช้พฤติกรรมบนโลกออนไลน์เป็นตัววิเคราะห์ผู้บริโภคถึงความสามารถในการชำระหนี้ตามกำหนดผ่านระบบ AI และอนุมัติเงินกู้ได้ทันที่ผ่านแอปพลิเคชั่นเพราะ 2 ธนาคารมีเป้าหมายเดียวกันคือ การขยายฐานลูกค้าเงินกู้ ไปยังบลูโอเชียนที่ยังไม่มีใครเข้าถึง (นอกจากเงินกู้นอกระบบ) และเป็นตลาดที่มีดีมานด์มหาศาล แต่ก็มีความเสี่ยงมหาศาลเช่นกัน ถ้าวิเคราะห์พฤติกรรมด้านการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของบุคคลนั้นไม่ดีพอ แล้ว 2 ธนาคารนี้นี้มีแนวทางอย่างไร

SCB Easy Digital Lending ที่แม่ค้าแผงลอยกู้ได้

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เคยเกริ่นไว้เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2561 ไว้ว่าไทยพาณิชย์มีโครงการให้สินเชื่อออนไลน์ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันกับบุคคลทั่วไปผ่าน SCB Easy โดยใช้วิธีการอนุมัติสินเชื่อด้วยระบบ AI จากพฤติกรรมออนไลน์ อย่างเช่นการใช้โชเชียลมีเดีย ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือข้อมูลทางด้านคมนาคมอื่นๆ มาประกอบการวิเคราะห์วินัยทางการเงินของลูกค้า เพราะถ้าไทยพาณิชย์สามารถทำได้ จะขยายฐานลูกค้าสินเชื่อจากมนุษย์เงินไปยังใครก็ได้ อย่างเช่น แม่ค้าแผงลอย แม่ค้าในตลาดซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโพเทนเชียลและไม่มีโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพราะไม่มีเอกสารทางการเงินมารับประกันการกู้ยืมเงินกับธนาคาร

และนั่นหมายถึงการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่โดยปริยาย

แม้ปัจจุบันบริการกู้เงินส่วนบุคคลในรูปแบบนี้ของไทยพาณิชย์ยังไม่เกิด แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่าน ไทยพาณิชย์ได้เปิดตัวบริการอนุมัติสินเชื่อโดยไม่ต้องยื่นเอกสารให้กับร้านค้าในลาซาดา ซึ่งการอนุมัตินี้ได้วิเคราะห์จากการเข้าไปดูยอดจำหน่ายสินค้าของร้านค้าแต่ละร้าน และคะแนนที่ลูกค้าให้กับร้านค้า ประกอบการตัดสิน
ซึ่งเชื่อว่าจุดเริ่มต้นนี้จะกลายเป็นการเรียนรู้ที่จะต่อยอดไปยังบริการอนุมัติเงินกู้ส่วนบุคคล ผ่าน Data base ในโลกดิจิทัลให้กับธนาคารได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ด้วยบริการต่างๆ ที่เกิดขึ้น มาจากแนวคิดของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะยกสาขาธนาคารเข้ามาให้บริการอยู่บนโลกดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชั่นSCB Easy ที่ไทยพาณิชย์ได้ยกเครื่องระบบและไอทีในการให้บริการใหม่หมดเพื่อรองรับธุรกรรมออนไลน์บนไลน์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นมหาศาลในอนาคต

กสิกร ไลน์ โซเชียลแบงกิ้ง บริษัทเงินกู้ผ่านแชทไลน์

ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยมีพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 20,000 ล้านบาท จากลูกค้า 500,000 ราย ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันรวม 500,000 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่ากสิกรไทยอยากชยายพอร์ตลูกค้าเพิ่มมากกว่านี้ถ้ามีช่องว่างในการเข้าหาลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่ใครก็ได้ที่มีวินัยทางการเงิน และสามารถอนุมัติเงินกู้ผ่านแอปได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นเอกสาร

จากความต้องการขยายไปยังลูกค้าใหม่ๆ พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยจึงได้ร่วมมือกับ ไลน์ คอร์ปอเรชั่น เปิดบริษัทใหม่ ที่มีชื่อว่าบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด เพื่อเข้าสู่ธุรกิจบริการโซเชียลแบงกิ้ง โดยเฉพาะ และคาดการณ์จะเปิดให้บริการเป็นรูปธรรมในกลางปี 2562 อาจจะดูฟังแล้วแปลกๆ สำหรับคำว่า โซเชียลแบงกิ้ง พัชร ให้คำจำกัดความในเรื่องนี้ว่า บริการ โซเชียลแบงกิ้ง คือการที่ผู้ใช้ไลน์ทั้ง 44 ล้านคน เข้าถึงบริการทางการเงินได้ของธนาคารกสิกรไทยอย่างรวดเร็วภายในแอปไลน์ ซึ่งเป็นแอปที่อยู่เป็นประจำ โดยเริ่มจากบริการสินเชื่อบุคคล ให้บริการเงินกู้ผ่านแอปไลน์ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารประกอบการอนุมัติการที่กสิกร ไลน์ จำกัด เลือกบริการสินเชื่อบุคคลเป็นบริการแรกเนื่องจากพัชร มองว่าตลาดเงินกู้ส่วนบุคคลในระบบที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นตลาดที่ใหญ่โดยปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง 5 แสนล้านบาทธนาคารกสิกรไทยมีสัดส่วนในธุรกิจนี้ 2 หมื่นล้าน จากลูกค้า 5 แสนราย และการเปิดให้บริการในครั้งนี้ พัชร เชื่อว่าจะสามารถสร้างยอดลูกค้าใหม่จากฐานลูกค้าธนาคารกสิกรไทยและลูกค้าจากธนาคารอื่น ที่มาพร้อมกับวงเงินอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา การอนุมัติเงินกู้ที่ว่านี้จะเป็นการอนุมัติจากพฤติกรรมการใช้ไลน์ของแต่ละบุคคล เช่น การใช้ไลน์อยู่ในโลเคชั่นเดิมทั้งวันในวันจันทร์ถึงศุกร์ หมายถึงบุคคลนี้มีงานทำ และนำมาประมวลผลผ่านระบบเอไอ โดยไม่ได้เข้าไปดูถึงการแชททั้งนี้ กสิกร ไลน์ เชื่อว่าจากการร่วมมือที่ว่านี้สามารถสร้างยอดลูกค้าเงินกู้10 ล้านรายในวงเงินปล่อยกู้ 20,000 ล้านบาท ภายใน 3-5 ปี  พร้อมก้าวสู่การเป็น 1 ใน 5บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจให้บริการสินเชื่อภายในระยะเวลา 5 ปี

CIMB สุ่มเปิดตัวสินเชื่อโซเชียล

นอกจากไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย ที่ได้เผยออกมาถึงบริการอนุมัตสินเชื่อผ่านโซเชียลแล้วเชื่อว่าปีหน้าคงมีอีกหลายธนาคารให้บริการในรูปแบบนี้เช่นกัน อย่าง CIMB ก็เป็นหนึ่งในนั้น อรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับมาร์เก็ตเธียร์ว่า ในไตรมาสแรกของปี 2562 ทาง CIMB ก็จะเปิดบริการนี้เช่นกัน โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ในรูปแบบ Join Venture

การที่ CIMB เข้าลงเล่นในบริการนี้ มาจากการมองเห็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเอื้อประโยชน์ให้กับธนาคาร ในการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลได้มีประสิทธิภาพขึ้น เพราะการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคล ทางธนาคาร จะต้องอาศัยการวิเคราะห์ลูกค้าในหลากหลายด้าน ก่อนที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าแต่ละบุคคลโดยออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย จะมาช่วยให้ธนาคารสามารถวิเคราะห์ ลูกค้า ในส่วนของอุปนิสัยของลูกค้า (CHARACTER) ได้อย่างชัดเจนขึ้น เช่น ผู้กู้มีการจ่ายค่ามือถือตรงเวลา จากการค่าน้ำค่าไฟผ่านสมาร์ทโฟนเป็นประจำไม่มีค้างชำระ ในแต่ละวันเดินทางมาสถานที่ใด สถานที่หนึ่ง ทุกๆ วันเป็นประจำ จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าบุคคลนี้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และทำงานอยู่มานานตามที่ข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเก็บได้ และเป็นบุคคลที่มีวินัยทางการเงินแค่ไหนซึ่งการใช่โซเชียลมีเดีย และออนไลน์มาวิเคราะห์ ในรูปแบบนี้ เปรียบได้กับ เงินกู้นอกระบบที่ตัดสิน ผู้กู้ จากบ้านที่อยู่อาศัย และอาชีพของผู้กู้ ด้วยตาและเมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลในเครดิตบุโรและอื่นๆ มาประกอบรวมกัน จะทำให้ธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้กู้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารด้านเงินเดือน หรือเอกสารจดทะเบียนร้านค้ามาประกอบ ซึ่งการอนุมัติในรูปแบบนี้ ทำให้ ทางธนาคารสามารถขยายกลุ่มลูกค้าไปยังบุคคลทั่วไป อย่างเช่นแม่ค้า ตามตลาดเป็นต้น และยังทำให้ธนาคารสามารถขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ในวันนี้ ทั้งบริการกู้เงินออนไลน์โดยไม่ใช้เอกสารของไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และ CIMBในกลุ่มลูกค้าบุคคลยังคงเป็นเพียงนามธรรมเพราะทั้ง 3 ธนาคารยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบหลังบ้าน เชื่อมโยงกับระบบ AI และดาต้าเบสในโลกออนไลน์เพื่อระบุตัวตนของผู้กู้อย่างสมบูรณ์แบบก่อนเปิดให้บริการจริงในปีหน้าแต่การทำอย่างไร ที่จะรู้ว่า ลูกค้าคนไหนมีวินัยทางการเงินเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับธนาคารเพราะขนาดอนุมัติสินเชื่อด้วยการดูเครดิตของผู้กู้จากเครดิตบูโรและสลิปเงินเดือน ยังไม่สามารถบอกได้ 100% ลูกค้าที่ยื่นกู้มานี้ มีวินัยทางการเงินที่ดีพอในการชำระเงินตามกำหนดและถ้า AI ที่สามารถตรวจสอบดาต้าเบสของผู้กู้ที่อยู่ในโลกออนไลน์ไม่ดีพอนั่นหมายถึงการเกิดหนี้สูญที่มีมากขึ้นตามมา

Marketeer FYI

สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อสำหรับการบริโภค

จุดประสงค์หลักของ สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อสำหรับการบริโภค แต่ก็มีไม่ต้อยที่มีคนหัวใส นำสินเชื่อเหล่านี้ไปใช้ในการค้าขาย เช่น การซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต ในรูปแบบเงินผ่อนที่มีดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่ออื่นๆ แล้วนำสินค้าไปขาย นำเงินมาหมุนในธุรกิจ ทำให้ตลาดสินเชื่อสำหรับบุคคลในรูปแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 500,000 ล้านบาท สามารถแบ่งเป็น
-สินเชื่อบัตรเครดิต 300,000 ล้านบาท

-สินเชื่อส่วนบุคคล 200,000 ล้านบาท

และการนำดิจิทัล และโชเชียลมีเดียมาใช้ จะทำให้ธนาคารสามารถวิเคราะห์ลูกค้าเงินกู้ จะทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินสามารถขยายลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลได้ง่ายขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบนี้มีดอกเบี้ยไม่น่าจะเกิน 2% ต่อเดือน เมื่อเทียบกับเงินกู้อื่นๆ เช่น บัตรกดเงินสด ที่มีดอกเบี้ยขั้นค่ำ 5% ต่อเดือน

 

ที่มา : https://marketeeronline.co/archives/87531



ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ แสดงความคิดเห็นของคุณเลย