ดาวน์โหลด
MT4
ลุยขยายตลาดมันสำปะหลังเพิ่ม เล็งตุรกีและนิวซีแลนด์ พร้อมรุกตลาดจีน
2018-12-24 16:16  0

กรมการค้าต่างประเทศ เตรียมลุยขยายตลาดมันสำปะหลังเพิ่ม เล็งตุรกีและนิวซีแลนด์ ผลักดันให้นำเข้าไปใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ พร้อมรุกตลาดจีน ดันนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 กรมมีแผนงานขยายตลาดมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยจะเน้นการผลักดันการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังคุณภาพดีและมีมูลค่าเพิ่มสูง ไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ตุรกี นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์สูงมาก
รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อรักษาตลาดส่งออกเดิม โดยผลักดันการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นของประเทศจีน ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สารให้ความหวาน กรดซิตริก และพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น

ทั้งนี้ กรม ได้เตรียมการหาตลาดรองรับผลผลิตมันสำปะหลังไว้ล่วงหน้า เพื่อสร้างความมันใจให้กับตลาดว่าผลผลิตปี 2561/62 ที่กำลังจะออกสู่ตลาด จะมีตลาดรองรับ เพราะปี 2562 คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังจะมีประมาณ 29.97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีผลผลิต 27.88 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 7.49% เพราะไทยไม่ได้รับผลกระทบจากโรคใบด่าง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถควบคุมได้ในวงจำกัด แต่ผลผลิตของประเทศเพื่อนบ้าน มีปัญหาและลดลง ทำให้เป็นโอกาสในการส่งออกของไทย

“ผลผลิตมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้ราคาวัตถุดิบมันสำปะหลังปรับตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลดีกับการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย สามารถแข่งขันกับธัญพืชทดแทนชนิดอื่น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดโลกได้ดีขึ้น และคาดว่าหลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ จีนซึ่งเป็นตลาดผู้นำเข้าสำคัญจะเพิ่มปริมาณการนำเข้าอีก เนื่องจากคาดว่าสภาพภูมิอากาศจะยังคงหนาวเย็นและมีการเพิ่มกำลังการผลิตแอลกอฮอล์ เตรียมพร้อมรองรับวันหยุดยาวช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน”นายอดุลย์กล่าว

สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยในช่วง 10 เดือนของปี 2561 มีปริมาณ 7.048 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2,605.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 23.29% ส่วนมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น14.88% โดยช่วงเดียวกันของปีก่อน ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรวม 9.188 ล้านตัน มูลค่า 2,268.15 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ที่มา :https://www.khaosod.co.th/economics/news_1988192



ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ แสดงความคิดเห็นของคุณเลย