ดาวน์โหลด
MT4
กัญชา: ไทยเป็นชาติแรกในเอเชียให้ใช้กัญชาเพื่อการรักษา หลัง สนช. เห็นชอบร่างกฎหมายปลดล็อกกัญชา-กระท่อมทางการแพทย์
2018-12-27 11:11  0

ที่ประชุม สนช. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ในวาระ 3 ด้วยคะแนน 166 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง โดยถือเป็น “มติเอกฉันท์” อีกครั้งของ สนช. ต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ หลังสมาชิกเคยลงมติเอกฉันทรับหลักการในวาระแรกมาแล้ว

  • กัญชา: พืชร้ายหรือสมุนไพรทางเลือก
  • กัญชาเป็นอันตรายต่อสมองวัยรุ่นมากกว่าแอลกอฮอล์

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดฉบับใหม่ มีการแก้ไขเนื้อหาของ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ในหลายประเด็น อาทิ เพิ่มจำนวนคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เป็น 25 คน จากเดิม 17 คน โดยเพิ่ม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ก็เพิ่มอำนาจของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดฯ ให้สามารถให้ความเห็นชอบแก่ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออก รวมถึงเห็นชอบประกาศหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องที่หน่วยงานราชการเสนอมาเพื่อควบคุมหรือปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป

นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ใช้กัญชาและกระท่อมในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์, ทางราชการ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรม, อนุญาตให้พกพาเพื่อใช้รักษาโรคในปริมาณที่จำเป็น โดยต้องมีใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม, ทันตกรรม, แพทย์แผนไทย, การแพทย์แผนไทยประยุกษ์ หรือ หมอพื้นบ้าน โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ รมว. สาธารณสุขกำหนดและผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ

ส่วนบทลงโทษ การครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ถึง 10 กิโลกรัม จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท, ครอบครองเกิน 10 กิโลกรัม ให้ถือว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ต้องโทษจำคุก 1-15 ปี ปรับ 1 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท เป็นต้น

การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครอง กัญชาและกระท่อม ให้สิทธิเฉพาะ

1. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือการเรียนการสอนวิชาด้านการแพทย์ , เกษตรศาสตร์,

2. หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ป้องกัน ปราบปรามและแก้ปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย

3. ผู้ประกอบวิชาชีพเครือข่ายแพทย์ ทั้งไทย และหมดพื้นบ้านตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

4. สถาบันอุดมศึกษาที่ศึกษาและวิจัย และเรียนด้านการแพทย์

5. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย

6. ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ

7. ผู้ป่วยที่เดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเสพติดติดตัว

8. ผู้ขออนุญาตที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถส่งต่อให้กับทายาทหรือผู้ได้รับความยินยอมได้ กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตเสียชีวิตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

รัฐควรแก้ไขเรื่องสิทธิบัตรควบคู่กันไป

นายบัณฑูร นิยมาภา ผู้ที่รณรงค์ประเด็นกัญชาทางการแพทย์มานาน บอกกับบีบีซีไทยว่าหลังจากการผ่านกฎหมายนี้ รัฐบาลก็ควรจะหันมาแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการแพทย์ ที่ได้อนุมัติให้บริษัทต่างชาติไปแล้ว ซึ่งเอาอ้างถึงรายงานของมูลนิธิชีววิถีว่ามีการให้สิทธิบัตรไปแล้วถึง 7 รายด้วยกัน “ไม่เช่นนั้น ก็จะกลายเป็นว่าเราเตะหมูเข้าปากหมา เพราะว่าบริษัทต่างชาติเหล่านี้ได้สิทธิบัตรการผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการแพทย์ไปแล้ว และคนไทยก็จะไม่ได้ประโยชน์เลย” เขากล่าว

นายบัณฑูร ยังได้บอกอีกว่าในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (27 ธ.ค.) กลุ่มเคลื่อนไหวใช้กัญชาทางการแพทย์จะออกเดินหน้าเรียกร้องให้ยกเลิกสิทธิบัตรของบริษัทต่างชาติอย่างเป็นทางการ “มันผิดตั้งแต่กระดุมเม็ดแรกแล้ว ให้บริษัทต่างชาติมาจดสิทธิบัตรได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นกัญชาทางการแพทย์ยังเป็นผิดกฎหมายอยู่เลย เหมือนกับเราให้ใบอนุญาตฆ่าคน ทั้ง ๆ ที่การฆ่าคนมันผิดกฎหมาย”

นายบัณฑูร หรือที่รู้จักทั่วไปว่า “ลุงตู้” กล่าวว่าจริง ๆ แล้วควรจะอนุมัติให้คนไข้สามารถซื้อกัญชาไปทำยาเองได้ ก่อนหน้าปี 2522 ที่มีกฎหมายออกมาให้กัญชาเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ร้านขายยาไทย (ประเภท ข. และ ค.) ยังสามารถขายกัญชาแท่งเพื่อให้ผู้ป่วยซื้อไปทำยาเองได้ ซึ่งถ้ากลับไปเป็นเช่นนั้นอีก ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์มากที่สุด

 

ที่มา :https://www.bbc.com/thai/46678588



ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ แสดงความคิดเห็นของคุณเลย