การลงทุนมีความเสี่ยงโดยอาจส่งผลได้ทั้งกำไรและขาดทุน 82.44% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินทุนเมื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ CFDs กับ INFINOX โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่มีเลเวอเรจเช่น การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) ล้วนมีความเสี่ยงสูงต่อเงินทุนของคุณ

บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ ที่ 33.04 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทยังอ่อนค่าคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตาการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐเฟด ผู้ค้ายังระมัดระวังตัวก่อนมีถ้อยแถลงในคืนพฤหัสและรอปัจจัยอื่นชัดเจน หนุนต่างชาติน่าจะมีการไหลกลับของสกุลงินเอเชีย
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงสิ้นวันทำการก่อน
ในคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเล็กน้อยโดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.3% ด้วยความหวังว่าอาจมีการหารือกันระหว่างสหรัฐและจีนในช่วงการประชุมจี 20 ที่กำลังจะมาถึง ขณะที่นักลงทุนก็จับตาไปที่ความคิดเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐเรื่องความเร็วในการขึ้นดอกเบี้ยตลอดสัปดาห์นี้
ล่าสุด คณะกรรมการหลายท่านมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความเปราะบางมากขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดอาจส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากเดือนธันวาคมนี้ แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดรอบปีแล้ว แต่บอนด์ยิลด์สหรัฐอายุ 10 ปียังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.06% เนื่องจากผู้ค้าส่วนใหญ่อยู่ในภาวะระมัดระวังตัวก่อนแถลงรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐครั้งล่าสุดในช่วงคืนวันพฤหัส
ค่าเงินบาทมีความเคลื่อนไหวไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นแรงขายของผู้ส่งออกในระดับเหนือ 33 บาทต่อดอลลาร์ จึงทำให้เงินบาททรงตัวในกรอบแคบ ขณะที่ผู้ค้าเงินส่วนใหญ่ในตลาด กำลังรอความคืบหน้าของการประชุมจี 20 ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมองว่า ข้อตกลงทางการค้าจะส่งผลให้ตลาดเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) และน่าจะมีเงินทุนไหลกลับเข้าเอเชียอีกครั้ง
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 32.98-33.08 บาทต่อดอลลาร์
นักบริหารเงินธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้อ่อนค่าลง ตามค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์(DXY) ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 97.3จุด หลังถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด Fed Clarida ยังคงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยต่อของเฟด
นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของค่าเงินปอนด์หลังประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงBrexit อาจกระทบความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษและสหรัฐฯได้
ดังนั้น ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความหวังว่า สหรัฐฯและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ในการประชุมผู้นำ G-20ในช่วงสิ้นเดือนนี้
อย่างไรก็ดี นักลงทุนและผู้ประกอบการไม่ควรประมาทและควรเตมรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว เพราะถ้าหากการเจรจาการค้าล้มเหลว และสหรัฐฯเดินหน้าทำสงครามการค้ากับจีนต่อ ตลาดจะกลับมาปิดรับความเสี่ยงและอาจเกิดแรงเทขายสินทรัพย์รวมทั้งค่าเงินเอเชียได้
สำหรับวันนี้นักวิเคราะห์ต่างมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาสที่3 จะขยายตัวได้เกิน 3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ทว่าสิ่งที่ตลาดจะจับตาคือ การเติบโตของผลกำไรบริษัทเอกชน ซึ่งหากโตเกิน 2.6% จากไตรมาสก่อนหน้า อาจช่วยลดความกังวลแนวโน้มผลประกอบการในสหรัฐฯและช่วยให้ตลาดเปิดรับความเสี่ยงได้บ้าง
ขณะที่ตลาดจะรอดูท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดว่าจะมีมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปหรือไม่ โดยถ้าหากมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟด รวมทั้งประธานเฟดในสัปดาห์นี้มีทีท่าไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย หรือมองการขึ้นดอกเบี้ยลดลงในปีหน้า อาจส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยเฟดและเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นได้
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์
ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/819741

บทความอื่น ๆ

ดูเพิ่มเติม

โซเชียลมีเดีย

เราชอบโพสต์และแสดงความคิดเห็น สามารถติดตามเราได้ในช่องทางโซเชียลมีเดีย