ดาวน์โหลด
MT4
เดิมพันครั้งใหญ่ เกมสงครามการค้า : สหรัฐ-จีน
2019-02-19 2:02  0

ข่าว สงครามการค้า | ขณะที่ สี จิ้นผิง ตระเตรียมจีนให้พร้อมสำหรับตลาดอันมีขอบเขตทั่วทั้งโลกซึ่งแดนมังกรจะต้องเผชิญในปี 2025 ทรัมป์กลับหาทางดึงลากสหรัฐฯให้ย้อนกลับไปสู่ปี 1985

“คนที่บอกว่าบางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องที่อย่างไรเสียก็ไม่สามารถทำได้หรอก เขาก็ไม่สมควรขัดขวางคนที่กำลังพยายามกระทำสิ่งนั้นอยู่” คำพังเพยเก่าของจีนบทนี้แวบขึ้นมาในความคิดของผม ขณะที่คณะผู้เจรจาของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังขึ้นสังเวียนต่อสู้แลกหมัดกับทีมงานของ สี จิ้นผิง เพื่อต่อรองจัดทำข้อตกลงการค้าฉบับซึ่งอาจจะมีความสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีเดียว

ประธานาธิบดีทรัมป์นั้นคือคนที่กำลังบอกว่า จีนจะไม่ได้รับอนุญาตให้แซงหน้าเศรษฐกิจของอเมริกา วอชิงตันจะไม่มีวันยินยอมปล่อยมือจากฐานะความเป็นผู้นำในระบบการเงินของโลกเป็นอันขาด – ไม่มีทาง, ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามที

ขณะที่ประธานาธิบดีสีคือคนที่กำลังลงทุนเป็นมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ในภาคเศรษฐกิจชั้นนำต่างๆ ตั้งแต่รถยนต์ ไปจนถึงการบินและอวกาศ ไปจนถึงเภสัชภัณฑ์ ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ ภายในระยะเวลา 6 ปี

ช่างตัดแย้งตรงกันข้ามจริงๆ กับทรัมป์ซึ่งกำลังพยายามจะทำให้ “ถ่านหิน” กลับยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง

ทางเดินแบบแยกจากกัน ชนิด “หันหน้ากันคนละทาง สร้างดาวกันคนละดวง” ซึ่งสหรัฐฯกับจีนผู้เป็นระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลกตามลำดับ กำลังแยกย้ายกันมุ่งหน้าไปเช่นนี้เอง คือความนัยซึ่งซ่อนอยู่เบื้องลึกของการประจันหน้ากันระหว่างทรัมป์กับสี

การเจรจาระดับสูงระหว่างสองประเทศในกรุงปักกิ่งยุติลงเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) ที่ผ่านมา โดยไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรอย่างชัดเจน ถึงแม้ทรัมป์ออกมากล่าวในวันเสาร์ (16 ก.พ.) ว่า คณะผู้เจรจาของสหรัฐฯได้มาบรรยายสรุปให้เขาฟังที่รีสอร์ตในรัฐฟลอริดาของเขาแล้ว พร้อมกับบรรยายถึงการเจรจาที่ปักกิ่งคราวนี้ว่า “บังเกิดผลเป็นอย่างมาก”

วอชิงตันกับปักกิ่งต่างกำลังจ้องมองไปยังกำหนดเส้นตายวันที่ 1 มีนาคมซึ่งขยับใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ในบรรดาผลลัพธ์ที่อาจจะเป็นไปได้หลายๆ อย่างนั้น สองอย่างที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สุด มีดังนี้

ข่าว สงครามการค้า 19 ก.พ. 2562

ข่าว สงครามการค้า 19 ก.พ. 2562

อย่างแรก และมีความน่าจะเป็นสูงที่สุดด้วยก็คือ จีนกำลังตกลงยินยอมซื้อสินค้าสหรัฐฯเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเดินหน้าขั้นตอนต่างๆ ในการเปิดกว้างเศรษฐกิจของตัวเอง ถึงแม้ขั้นตอนเหล่านี้ยังคงมีความกำกวมคลุมเครือ แต่ด้วยวิธีการเช่นนี้ ทรัมป์ก็สามารถอวดอ้างได้ว่ามีชัยชนะบนเวทีโลก รวมทั้งยังให้เหตุผลแก่ตลาดวอลล์สตรีทที่จะดันราคาหุ้นให้สูงขึ้น

ส่วนเอเชียก็สาเหตุหายใจเฮือกด้วยความโล่งอก ขณะที่ “หมายเลขหนึ่ง กับ หมายเลขสอง” ซึ่งบางคนเห็นว่าน่าจะเรียกว่าเป็น “กลุ่ม 2” (Group of Two) ก้าวถอยออกมาจาก “ภาวะเตรียมพร้อมรับมือสงครามนิวเคลียร์ขั้นที่ 1” (DEFCON 1 ย่อมาจาก defense readiness condition ระบบเตือนภัยที่ใช้โดยกองทัพสหรัฐฯ มีด้วยกันทั้งหมด 5 ขั้น โดยขั้นที่ 1 คือสถานการณ์ร้ายแรงที่สุด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/DEFCON –ผู้แปล)

อย่างที่สอง –การปฏิบัติต่างๆ ของจีนมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันใหม่อย่างแท้จริง– ผลลัพธ์เช่นนี้มีความน่าจะเป็นน้อยกว่ามากมาย กระนั้น แค่วิญญาณปีศาจร้ายตามหลอกหลอนของมันเท่านั้น ก็ยังจะสามารถยั่วเย้าหยอกเอินพวกนักลงทุนในช่วงเวลาสองสามอาทิตย์ข้างหน้านี้ ทั้งนี้ถ้าหากทีมเจรจาของทรัมป์ฉลาด ก็จะยืนกรานเรียกร้องให้ได้ข้อตกลงอย่างที่สองนี่แหละ

แน่นอนทีเดียวว่า ทรัมป์ทำให้สี “หลังชนกำแพง” แล้ว ปักกิ่งนั้นต้องการที่จะได้ข้อตกลง แต่กระนั้นในทางเป็นจริงแล้ว สีกลับเป็นฝ่ายที่ยังคงมีพื้นที่สำหรับการขยับขยายเคลื่อนไหวกว้างขวางกว่า และขีดที่จะต้องรู้สึกเจ็บปวดทรมานแล้ว (pain threshold) ก็อยู่สูงกว่าทรัมป์มาก โดยที่สำคัญคงต้องขอบคุณกำหนดเวลาในปฏิทิน

ไม่ใช่หรอกครับ สีไม่ได้รู้สึกสนุกสนานกับพิกัดศุลกากรของทรัมป์ซึ่งเรียกเก็บเพิ่มจากสินค้าของจีนแผ่นดินใหญ่มูลค่าราวๆ 250,000 ล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว ส่วนข้อความอย่างโกรธเกรี้ยวทางทวิตเตอร์, การคุกคามที่จะลดค่าเงินดอลลาร์, การพูดจาโน้มน้าวว่าพวกคนงานจีนนั่นแหละกำลังเป็นตัวการสร้างปัญหาให้แก่เศรษฐกิจของอเมริกาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ของทรัมป์อันที่จริงมันก็แสนจะน่าเบื่อด้วยซ้ำไป

ทว่าสี ซึ่งเป็นผู้นำจีนที่เข้มแข็งที่สุดในรอบระยะเวลาหลายสิบปี ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับการถูกสอบสวนในเรื่องต่างๆ มากมายเหลือล้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนของเขาไม่ได้กำลังถอยหลังออกมาจากความพ่ายแพ้ปราชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อเร็วๆ นี้ ทิศทางอนาคตในการผลักดันออกกฎหมายต่างๆ ของสี ไม่ได้ต้องขึ้นอยู่กับความคิดเห็นโดยอำเภอน้ำใจของพรรคฝ่ายค้านที่เพิ่งหวนกลับผงาดขึ้นมาใหม่ หรือความชอบธรรมของสีก็ไม่ได้ผูกติดอยู่กับตลาดหลักทรัพย์ที่เต็มไปด้วยความว้าวุ่นกระวนกระวาย เหมือนอย่างของทรัมป์ แท้ที่จริงแล้ว ทั้งหลายทั้งปวงที่สีจำเป็นต้องทำก็คือ การนำเอาทรัมป์ออกมาจากหลังของเขาให้ได้เท่านั้น

ข้อตกลงที่จะซื้อหาสินค้าสหรัฐฯ อาจจะสัก 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 200,000 ล้านดอลลาร์ ก็จะฟังดูยิ่งใหญ่มโหฬารแล้ว ถึงแม้มันจะไม่ใช่เรื่องอะไรนักหนาหรอก เนื่องจากโอกาสที่จีนจะไปซื้อหาข้าวของถูกอกถูกใจจากที่อื่นๆ ในปริมาณใกล้เคียงกับสินค้าเมดอินยูเอสเอจำนวนขนาดนี้ มีอยู่น้อยนิดเอามากๆ อยู่แล้ว พิจารณาจากทัศนะมุมมองของสีแล้ว เรื่องสำคัญที่สุดก็คือทรัมป์เมื่อยินดีพอใจแล้ว จะได้หันเหความกริ้วโกรธของเขาไปยังที่อื่นๆ

เอเชียเพียงแต่วาดหวังเอาไว้ว่าที่อื่นๆ นั่นไม่ได้หมายความถึงโตเกียวหรือโซล อย่าลืมว่าทรัมป์นั้นกำลังตบหลังตบไหล่นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ให้เดินหน้าเจรจากันเพื่อทำข้อตกลงการค้าทวิภาคี

ถึงกระนั้น เมื่อกล่าวกันโดยทั่วไปแล้ว ข้อตกลงสงบศึกระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งย่อมจะเพิ่มลู่ทางโอกาสอันสดใสยิ่งขึ้น ให้แก่การเติบโตขยายตัวของเอเชียและตลาดต่างๆ ในเอเชีย รวมทั้งยังจะทำให้พวกผู้วางนโยบายทั้งหลายมีเวลาหายใจหายคอเพื่อยกระดับเศรษฐกิจภายในประเทศของพวกเขากันต่อไป

อย่างไรก็ดี ฉากทัศน์ภาพสมมุติสถานการณ์เช่นนี้ สร้างความกังวลใจให้แก่พวกนักลงทุนอย่าง เจ. ไคล์ แบสส์ (J. Kyle Bass) แห่ง เฮย์แมน แคปิตอล เมเนจเมนต์ (Capital Management) “มีการคาดเดากะเก็งกันว่า ทรัมป์เพิ่งบอกกับคณะผู้เจรจาของเขาไป ให้ “ทำข้อตกลงให้เสร็จได้แล้ว” เพื่อที่จะได้ยุติความปั่นป่วนผันผวนของตลาดในระยะหลังๆ มานี้ลงไป แบสส์เขียนเอาไว้เช่นนี้ในบทความชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ทางสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) โดยเขาเขียนร่วมกับ แดเนียล บาบิช (Daniel Babich)

“แต่นี่ย่อมหมายความถึงการหมดสิ้นไปของโอกาสแห่งประวัติศาสตร์ ที่จะมาปรับโครงสร้างกันครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ที่อเมริกามีอยู่กับจีน ในจังหวะเวลาที่จีนมีความโน้มเอียงสูงที่สุดที่จะตกลงยินยอมอ่อนข้อ เราเดินทางกันมาไกลเกินกว่าที่ทรัมป์จะหันเหหาทางออกเอาอย่างง่ายๆ เช่นนี้”

เคล็ดลับอยู่ตรงที่การเรียกร้องให้ปักกิ่งต้องรื้อถอนทำลาย “นโยบายทางอุตสาหกรรมซึ่งเปิดทางให้พวกเขามีความได้เปรียบอย่างเป็นพิเศษขึ้นมา อันได้แก่ การที่รัฐบาลให้การอุดหนุนต่างๆ อย่างกว้างขวาง, การคอยปกป้องคุ้มครองตลาดภายในประเทศ, และการให้สิทธิพิเศษทางด้านระเบียบกฎหมาย แก่พวกแชมเปี้ยนแห่งชาติซึ่งเป็นกิจการที่อยู่ในเครือของรัฐบาลจีน”

ขณะที่เรื่องซึ่งต้องถือว่ามีลำดับความสำคัญเร่งด่วนนั้น แบสส์ กับ บาบิช บอกว่า คือ “การยุตินโยบายที่จีนกระทำมายาวนานแล้วในเรื่องการจารกรรมทางเศรษฐกิจและการโจรกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งแต่ละปีทำให้เศรษฐกิจของอเมริกาเสียหายไปอย่างน้อยที่สุด 300,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ตามการประมาณการของรัฐบาลสหรัฐฯ”

แน่นอนล่ะ นี่คือเหตุผลที่ทำไมชาวพรรคเดโมแครตจำนวนมากในวอชิงตันจึงให้การยอมรับอย่างอ้อมๆ แก่พฤติการณ์เล่นแผลงๆ ในทางการค้าเช่นนี้ของทรัมป์ ตลอดระยะเวลา 18 ปีนับตั้งแต่ที่ปักกิ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ WTO) ผู้นำสหรัฐฯคนแล้วคนเล่าต่างวาดหวังว่าจีนจะเริ่มต้นปฎิบัติตนเหมือนกับเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนหนึ่งในกิจการโลก ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเท่านั้น

ทรัมป์กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จเสียเอง ในการกระทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งคนอื่นๆ บอกว่าอย่างไรเสียก็ไม่สามารถทำได้หรอก แต่ถึงกระนั้น หากมองกันแบบการพนันแล้ว แต้มต่อทางข้างที่ทรัมป์จะหันกลับมารั้งแข้งรั้งขาตัวเองเอาไว้นั้น มีสูงกว่าข้างที่เขาจะเดินหน้าต่อไป

พวกชาวพรรครีพับลิกันของทรัปม์กำลังรบเร้าให้เขายืนหยัดอย่างเหนียวแน่นมั่นคง กรณีตัวอย่างที่เห็นกันได้อย่างชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือ มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา ผู้ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เสนอร่างกฎหมายที่จะตัดทอนและเก็บภาษีเงินลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อสู้รบปรบมือกับแผนการ “เมด อิน ไชน่า 2025” (Made in China 2025) ของสี จิ้นผิง

“นโยบายของสหรัฐฯ” วุฒิสมาชิกผู้นี้กล่าว “ควรที่จะตอบโต้ต่อความท้าทายต่างๆ ในทางปฏิบัติและในทางเศรษฐกิจการเมือง เรื่องนี้ครอบคลุมรวมไปถึงการออกกฎหมายจำกัดการไหลเวียนของเงินทุนสหรัฐฯ-จีนในทางยุทธศาสตร์ และมาตรการเชิงป้องกันต่างๆ ที่ติดตามมาสำหรับอุตสาหกรรมภายในประเทศทั้งหลายซึ่งตกเป็นเป้าหมายของแผนการนั้น (เมด อิน ไชน่า 2025)”

มันก็ฟังดูมีเหตุมีผลอยู่หรอก แต่นี่ยังคงละเลยไมได้แตะต้องปัญหาที่ว่า ทำไมอเมริกาจึงกำลังย่ำเท้าอยู่กับที่ ในขณะที่จีนกำลังยกระดับเกมของตัวเองให้สูงขึ้น ตลาดจีนที่เปิดกว้างขึ้นมาแล้วจะไม่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานซึ่งกำลังซวนเซของอเมริกา ไม่ได้ทำให้คนงานในอเมริกามีนวัตกรรมหรือมีผลิตภาพสูงขึ้น ตลอดจนไม่ทำให้ราคาค่าใช้จ่ายทางด้านการดูแลรักษาสุขภาพมีเสถียรภาพหรอก มันจะไม่ช่วยเหลือการปรับปรุงยกระดับระบบการศึกษาของเมริกา ไม่กระตุ้นจูงใจพวกผู้บรหารให้เพิ่มค่าจ้าง หรือทำให้ภาคบริษัทของอเมริกามีการประดิษฐ์คิดสร้างกันมากขึ้น รวมทั้งข้อตกลงการค้าก็จะไม่ได้เป็นการตระเตรียมกำลังแรงงานของอเมริกาให้พรักพร้อมสำหรับรับมือการบุกหน้ารุกคืบเข้ามาของระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังรื้อสร้างตลาดงานขึ้นมาใหม่หมด

ปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงที่ว่า ขณะที่ สี ตระเตรียมจีนสำหรับตลาดอันมีขอบเขตทั่วทั้งโลกซึ่งแดนมังกรจะต้องเผชิญในปี 2025 ทรัมป์กลับหาทางดึงลากสหรัฐฯให้ย้อนกลับไปสู่ปี 1985 นั่นเป็นช่วงเวลาที่อะไรๆ มันเรียบง่ายกว่า กลับไปสู่วันเวลาที่ทำเนียบขาว, ธนาคารกลางสหรัฐฯ, และภาคบริษัทของอเมริกา ควบคุมเศรษฐกิจโลกเอาไว้ได้ และเก็บเกี่ยวส่วนแบ่งก้อนใหญ่ที่สุดซึ่งจัดสรรเอาไว้ให้แก่ผู้ที่สามารถปล้นชิงคนอื่นมาได้

ทรัมป์ไม่ได้ผิดหรอกที่เรียกร้องให้จีนทำการค้าอย่างเป็นธรรมและอย่างโปร่งใส แต่มาตรการแข่งขันตอบโต้ขึ้นภาษีศุลกากรของเขาจักต้องสมทบขนาบข้างด้วยการยกระดับอย่างขนานใหญ่ภายในบ้าน เพื่อทำให้สหรัฐฯเกิดความเข้าอกเข้าใจและเตรียมพร้อมอีกคำรบหนึ่งสำหรับพิภพที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ข้างที่มีแต้มต่อสูงกว่าก็คือ ทรัมป์จะคว้าเอาข้อตกลงอย่างแรก จากนั้นก็หันไปสนใจทางอื่น เวลาเดียวกันนั้น สีก็จะเดินหน้ากระทำสิ่งที่ทรัมป์บอกว่าจีนไม่สามารถกระทำได้

Sources

เผยแพร่ครั้งแรกใน MANAGER : วางเดิมพันลงไปได้เเลย! ‘ทรัมป์’เตรียมจะโอเคแล้วในการเจรจาการค้ากับจีน

เพิ่มเติม : สงครามการค้าผ่อนคลาย จีน-สหรัฐ กำลังไปได้สวย

Risk Warning
This material is for general information purposes only and is not intended as (and should not be considered to be) financial, investment or other advice on which reliance should be placed. Infinox Capital (“Infinox”) is not authorised to provide investment advice. No opinion given in the material constitutes a recommendation by Infinox or the author that any particular investment, security, transaction or investment strategy is suitable for any specific person.
Trading with Infinox can result in losses that exceed your deposits. Consumers should ensure they understand the risk and seek independent financial advice if necessary.
Infinox Capital Ltd is authorised and regulated by the Financial Conduct Authority under firm reference number 501057. Infinox Capital is a registered trading name of IX Capital Group Limited which is authorized and regulated by the Securities Commission of The Bahamas under Registration Number SIA-F188.



Latest

  • สรุปข่าว Brexit : EU ให้ยืดเวลาออกไปได้ : แต่ต้องจบก่อน 22 พ.ค.

    เทเรซ่า เมย์ “โล่ง” : Brexit ได้รับการยืดเวลาออกไป เทเรซ่า เมย์ ต้องถือว่าได้รับข่าวดีอีกครั้ง เมื่อ”โดนัลด์ ทัสก์” (Donald Tusk) ประธานคณะมนตรียุโรป เปิดเผยว่า 27 ชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนเวลาที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ตามคำร้...

  • โลกไม่ได้มีแค่ “Netflix” : สำรวจดาวรุ่งวีดีโอสตรีมมิ่งใน &...

    รู้จักกับ iQiyi คู่แข่ง Netflix & ดาวรุ่งวีดีโอสตรีมมิ่งใน “จีน” Netflix แห่งเมืองจีน คู่แข่ง Netflix คนสำคัญในจีนดูจะเป็น “IQiyi” โดยการที่บริการสตรีมมิ่งยอดฮิตอย่าง Netflix มีผู้ใช้บริการหลายล้านคนทั่วโลกทำให้จีนเริ่มพัฒนาบริการสตรีมมิ่งผ่านแอพวีดีโอโดยใช้ชื่อว่า IQiyi โดยหวังว่าจะ...

  • สกุลเงินญี่ปุ่น “Yen” อ่อนค่าตลอดไตรมาส : นี่คือเหตุผล

    วิเคราะห์เศรษฐกิจญี่ปุ่น : จากปากคำ BOJ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจญี่ปุ่น : มอง ! ส่งออกแย่ หากจะ วิเคราะห์เศรษฐกิจญี่ปุ่น ให้เด็ดขาด ก็ต้องเข้าใจว่าผู้มีอำนาจคิดอะไรอยู่ “คุโรดะ ฮารุฮิโกะ” (Haruhiko Kuroda) ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงความซ...

  • ไม่มีความคิดเห็น