การลงทุนมีความเสี่ยงโดยอาจส่งผลได้ทั้งกำไรและขาดทุน 82.44% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินทุนเมื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ CFDs กับ INFINOX โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่มีเลเวอเรจเช่น การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) ล้วนมีความเสี่ยงสูงต่อเงินทุนของคุณ

Tag Archives: ข่าว เศรษฐกิจ สหรัฐ

บิตคอยน์ดิ่งกว่า 17% เมื่อวานนี้ หลุดระดับ 50,000 ดอลลาร์

  บิตคอยน์ดิ่งกว่า 17% เมื่อวานนี้ หลุดระดับ 50,000 ดอลลาร์ หลังจากนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา อิงค์ กล่าวว่า ราคาของบิตคอยน์อยู่ในระดับที่สูงเกินไปในขณะนี้ ทั้งนี้ บิตคอยน์พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 58,354 ดอลลาร์ หรือกว่า 1,750,000 บาทเมื่อวานนี้ หลังจากมีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ เวลา 21.17 น.ตามเวลาไทย บิตคอยน์ร่วงลง 9,807 ดอลลาร์ หรือ 17.25% สู่ระดับ 47,023 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coinbase อ้างอิง  Infoquest

ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐสูงเกินคาด ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 861,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 773,000 ราย ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงเมื่อวานนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่สูงเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อ้างอิง  Infoquest

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หนี้สินทั่วโลก เพิ่มขึ้น 24 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

  สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) เปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หนี้สินทั่วโลก เพิ่มขึ้น 24 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 281 ล้านล้านดอลลาร์ และอัตราส่วนหนี้สินต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกอยู่ที่ระดับสูงกว่า 355% ทั้งนี้ IIF ประมาณการณ์ว่า โครงการสนับสนุนของรัฐบาลทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนการก่อหนี้เพิ่มขึ้นถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่บริษัท, ธนาคาร และภาคครัวเรือนทั่วโลกก่อหนี้ 5.4 ล้านล้านดอลลาร์, 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ และ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ตามลำดับ อ้างอิง  Infoquest

GDP ยูโรโซน หดตัวลง IMF ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนสู่ระดับ 4.2% ในปีนี้

  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน หดตัวลง 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และหดตัวลง 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่า GDP ไตรมาส 4 หดตัวลง 0.7% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และหดตัวลง 5.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนตลอดปี 2563 ที่ผ่านมานั้น ยูโรสแตทระบุว่า เศรษฐกิจยูโรโซนหดตัว 6.8% ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนสู่ระดับ 4.2% ในปีนี้ จากเดิมที่ 5.2% อ้างอิง  Infoquest

สภาพัฒน์ หั่นคาดการณ์ GDP ปี ‘64 เหลือ 2.5-3.5% 

  ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/63 ติดลบ 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบ 6.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 “เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/63 ติดลบ 6.4% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่มองว่าการบริโภคภาคเอกชน ปรับตัวดีขึ้นที่ 0.9% จากไตรมาส 2 และ 3 ที่ติดลบ ส่วนหนึ่งเพราะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ” ขณะที่ทั้งปี 2563 การขยายตัวเศรษฐกิจไทย (GDP) ติดลบ 6.1% เมื่อเทียบกับปี 2562 (ที่เติบโต 2.3%) ถือว่าต่ำสุดในรอบ 22 ปี โดยเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจปีที่ผ่านมาติดลบทั้งหมด ได้แก่ การส่งออกไทยติดลบ 6.6% ถือว่าติดลบต่อเนื่องจากปี 2562 ที่ติดลบ 3.3% โดยการนำเข้าสินค้าปี 2563 ติดลบ 13.5% อ้างอิงContinue Reading

อังกฤษเผย GDP ปี 63 หดตัวรุนแรง 9.9% เหตุโควิดฉุดเศรษฐกิจทรุดหนัก

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2563 ของอังกฤษหดตัวลง 9.9% ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ ONS เริ่มบันทึกข้อมูล เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตัวเลข GDP ปี 2563 ที่หดตัวลง 9.9% นั้น ยังรุนแรงกว่าในปี 2552 ซึ่งเป็นปีหลังเกิดวิกฤตการเงินโลกถึง 2 เท่า อ้างอิง  Infoquest

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน พบปะกับผู้บริหารของบริษัทเจพีมอร์แกน เชส, วอลมาร์ท, แก็ป อิงค์ และโลวส์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ 

  ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้พบปะกับผู้บริหารของบริษัทเจพีมอร์แกน เชส, วอลมาร์ท, แก็ป อิงค์ และโลวส์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ ร่วมกับนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ  ซึ่งได้เข้าร่วมในการประชุมดังกล่าวเช่นกัน โดยที่ประชุมจะหารือกันเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของปธน.ไบเดนเพื่อเยียวยาชาวสหรัฐและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือที่เรียกว่า American Rescue Plan อ้างอิง  Infoquest

พรรคเดโมแครตผลักดันให้สภาคองเกรสเห็นชอบอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ

  พรรคเดโมแครตประสบความสำเร็จในการผลักดันให้สภาคองเกรสให้ความเห็นชอบต่อแนวทางการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนแบบ fast track  โดยใช้แนวทางการจัดทำงบประมาณที่เรียกว่า budget reconciliation ซึ่งจะปูทางให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสามารถให้การรับรองงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แทนที่จะใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 สำหรับการผ่านกฎหมายทั่วไป ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้การอนุมัติต่อแนวทางการจัดทำงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ budget reconciliation ด้วยคะแนนเสียง 219-209 ขณะที่วุฒิสภาให้การรับรองด้วยคะแนนเสียง 51-50 โดยนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ลงคะแนนเสียงชี้ขาด 1 เสียงในฐานะประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง หลังจากที่สมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันลงคะแนนเสียงเท่ากัน 50-50 อ้างอิง  Infoquest

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนลดลงในเดือนม.ค เหตุดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า

  สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ณ สิ้นเดือนม.ค.อยู่ที่ระดับ 3.211 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับ 3.217 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. สำหรับปัจจัยที่ให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนลดลงในเดือนม.ค.นั้น มาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าของสกุลเงินอื่นๆในทุนสำรองปรับตัวลดง โดยในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้นราว 0.7% อ้างอิง  Infoquest

ธนาคารกลางอังกฤษ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.10% ตามคาด

ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเมื่อคืนนี้ โดย BoE มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.10% ตามการคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ BoE ยังประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8.95 แสนล้านปอนด์ (1.2 ล้านล้านดอลลาร์) เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อ้างอิง  Infoquest